Love^^sick 30
LOVE SICK 30
”แม่ครับ.......มันหมายความว่ายังไง!!!” ชายหนุ่มก้าวเข้าห้องโถงใหญ่ของบ้านตะโกนเสียงดังด้วยอารมณ์ที่ไม่มีใครสามารถฉุดรั้งไว้ได้
”อะไรล่ะยู ” เสียงบ่นปนรำคาญเล็กน้อยของหญิงวัยกลางคน แก้วกาแฟควันกรุ่นที่ถูกถืออยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงวัยกลางคนที่ได้ชื่อว่า แม่ สบตากับชายหนุ่ม
”แม่ไล่โทโมะออกจากบ้านเรา....ทำไม!!?” ร่างสูงไม่สามารถเก็บอารมณ์ที่เดือดพล่านอยู่ในจิตใจของเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว ดวงตาประกายวาวจ้องเขม็งไปที่ผู้เป็นมารดา
”แม่ไม่ได้ไล่นะ พูดให้มันดีๆ เด็กนั่นมันออกไปเอง ก็เท่านั้น!!!!” หญิงกลางคนกล่าว มือข้างกายที่ค่อยๆกำแน่นขึ้นมาเรื่อยๆ
”อ๋อ มันคงไปบอกใช่มั้ย หึ สุดท้ายก็เก่งแต่ปาก ขายตัวแล้วยังตอแหลอีก” มุมปากถูกยกขึ้นเล็กน้อย แสดงความเหยียดหยัน
”เลิกพูดว่าโทโมะเสียๆหายๆซักที ผมไม่เคยคิดเลยนะ ไม่เคยคิดเลย ว่าแม่จะชอบดูถูกคน!!!” ร่างสูงก้าวออกจากห้องกว้างนั้นโดยไม่หันมามองอะไรอีก
......................
.............................
ร่างสูงกลับเข้ามาที่ห้องของตน พร้อมก้าวไปหาร่างเล็กที่นั่งอยู่ที่ระเบียง ตาที่เหม่อลอยออกไปไกล ร่างกายที่ผอมลงไปมาก ผิวหนังที่ซีดเซียว ตัวเล็กแค่นี้ รับความทุกข์อะไรไว้บ้างนะ
“โทโมะ.........”ร่างสูงไม่พูดอะไรต่อจากนี้อีกเลย นอกจากกอดคนตัวเล็กเอาไว้ภายใต้ร่างกายกำยำ วงแขนที่แข็งแรงโอบรอบร่างเล็กจนมิดชิด และราวกับจะยิ่งแน่นขึ้นไปเรื่อยๆ
ไม่มีใครรู้ว่าน้ำตาของทั้งคู่ไหลไปมากมายเพียงใด
และโอบกอดกันนานเท่าไหร่
หากแต่.....ไร้เสียงซะอื้น
แม้ในใจจะเจ็บเจียนตาย..........
”ยู...........” ร่างเล็กค่อยๆหันเผชิญหน้า มือเล็กไล้ปาดน้ำตาบนผิวหน้าหนา ทั้งๆที่ใบหน้าของตนน้ำตาก็ยังไหลอยู่ไม่ขาดสาย
”เราจบกันแค่นี้เถอะ......อึก”
ข้อมือร่างเล็กถูกบีบแรงขึ้นทันที น้ำตาก็ยิ่งพรั่งพรูไหลออกมา ดูก็รู้ ตอนนี้แววตาของยูเปลี่ยนไปอีกแล้ว ราวกับจะฆ่าคนได้อย่างนั้น
”ไม่.......ยูไม่ยอม ไม่ยอมเด็ดขาด เข้าใจมั้ยพี!!! ” ร่างเล็กได้แต่เงียบ ปากเล็กถูกขบจนแดงเรื่อ ดวงตายังคงเต็มไปด้วยน้ำและยังคงไหลไม่ขาดสาย
”พอเถอะยู.......ยูไม่สงสารแม่ยูหรือไง......อึก....แม่ยูพยายามเพื่อยูนะ.....อึก.....ยูไม่รักแม่ยูแล้วหรอ” เหตุผลที่ถูกกล่าวอ้างก็ทำเอาร่างสูงนิ่งไปถนัดตา
”แล้วพีละ พีไม่รักตัวเองแล้วหรอ พีไม่รักยูแล้วใช่มั้ย แล้วพี........ไม่สงสารความรักของเราหรอ” ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลในใจที่แตกต่าง
”เรา.......ไม่รักยูแล้ว.........ไม่รัก ได้ยินมั้ย!!! อึก .......กลับไปบอกแม่ยูว่าจะแต่งงานเดี๋ยวนี้” เสียงหอบบ่งบอกถึงอาการหอบเล็กๆ คำพูดที่ไม่เคยคิดอยากจะพูด กลับถูกพูดออกไป
ความจริงที่ชี้ชัด
ยังคงฉายความเจ็บปวดที่แท้จริง
และไม่อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้………
”ทำไมต้องเลือกทางเดินที่เจ็บปวดมากกว่าความสุขที่อยู่ตรงหน้าด้วยล่ะ พี” รู้สิ ว่าพีกำลังฝืนตัวเอง และกำลังหลอกตัวเองเพื่อให้เค้ามีความสุข แต่ความสุขของเค้าก็คือ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ คนนี้เท่านั้น
”ขอร้องยู........ถึงเราจะรักกันมากแค่ไหนก็......ให้มันจบลงตรงนี้เถอะ ความรักแบบนี้ มันไม่ยืนยาวหรอก” ในเมื่อไม้แข็งใช้ไม่ได้ ก็บอกเลิกมันซะตรงนี้ ให้มันเจ็บแล้วก็จบกันไปซะ
ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง ยิ่งราวกับว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะชี้ชัดออกมา ความเงียบครั้งนี้นานกว่าครั้งอื่นเป็นไหนๆ
ภายในห้องเงียบ แม้คำตอบยังคง ”ว่างเปล่า” แต่เสียงหัวใจของทั้งคู่ดังออกมาราวกับจะแตกสลาย ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ เวลาแห่งการตัดสินก็ยิ่งกระชั้นชิดเข้าด้วยเช่นกัน
..........................
..................................
”ตกลงว่า....พีไม่ต้องการผมแล้วใช่มั้ย” กลิ่นของความเงียบเริ่มจางลงเมื่อบทสนทนาถูกเปิดด้วยร่างสูงอีกครั้ง
”.........” ตัวเขาในตอนนี้จะตอบว่าอย่างไรดี ในใจสับสนไปหมด ทั้งว้าวุ่น ทั้งอยากให้ร่างสูงแต่งงาน แต่อีกใจนึงก็ยังไม่อยากปล่อยคนรักของตนไว้ให้ใคร
”พีทำไม่ได้หรอก........ผมรู้ว่าพีรักผมมาก.......พีจะต้องเจ็บนะ เราทั้งสองจะต้องเจ็บทั้งคู่.......เจ็บที่ตรงนี้” มือใหญ่สัมผัสเบาๆกับเนื้อบริเวณอกข้างซ้าย
” เรา ทำ....ได้ เราต้องทำให้ได้” แม้เสียงจะสั่นอยู่บ้างในคราแรก แต่กลับชัดขึ้นในตอนท้าย เหมือนตอกย้ำความเป็นจริงลงในใจ
”งั้น ถ้ายูยอมแต่งงาน ยูจะได้อะไรจากพี” น้ำเสียงถูกแปลเปลี่ยนเป็นเย็นชา จนร่างเล็กเริ่มระแวง ตาเล็กพยายามมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
แม้คำพูดจะเย็นชาสักเท่าไร ในตาของร่างสูงก็ยังฉายความเจ็บปวดไว้อยู่ภายใน ในเมื่อยูอยากให้มันเป็นข้อต่อรอง เราก็ยอม
”อะไรก็ได้.........” เงียบไปสักพัก ก่อนคิดได้ว่า สิ่งที่ตอบไปมันยังไม่สมบูรณ์พอ อาจจะเสียเปรียบหรือหลงกลร่างสูงก็ได้
”อะไรก็ได้......... ที่เราไม่ได้อยู่ในฐานะคนรัก จริงๆแล้ว ให้เรากลับไปอยู่บ้านของเราเลยก็ได้ ” ดีเหมือนกัน ระยะห่างจะได้ทำให้ตัดใจได้ง่ายขึ้น
”คิดจะตัดขาดกันไปเลยใช่มั้ย!!! … ได้สิ ถ้าไม่อยากเป็นคนรักชั้นขนาดนั้นละก็ เป็นคนใช้ชั้นเป็นไง หึ ”ไม่ใช่แค่น้ำเสียง อารมณ์ และสรรพนามที่เปลี่ยนไป แม้แต่หัวใจของชายหนุ่มตรงหน้านี้ด้วยเช่นกัน.....
…………
………………
”วันนี้วันแต่งงานของลูกแล้วนะ......ทำหน้าให้มันหล่อหน่อยได้ไหม” หญิงวัยกลางคนติเล็กๆ ก่อนจัดปกคอเสื้อของชายหนุ่มสูทขาว
”เอริจังวันนี้ต้องสวยมากแน่ๆเลย ลูกแม่ทำตัวหล่อๆนะ....รู้ไหม” หญิงกลางคนยังคงกล่าวต่อไป ไม่รู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั้นไม่ได้ฟังอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
”แม่อย่าลืมสัญญานะครับ” ชายหนุ่มเปรยออกมาเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน ว่าการที่เค้ายอมแต่งงานนั้นเพื่อแลกกับบางสิ่งบางอย่าง
”ตายู!! ตอนนี้มันไม่ใช่มาพูดเรื่องแบบนี้นะ” เสียงแหลมเอ็ด ดวงตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความโมโห ทั้งที่วันนี้เป็นวันมงคล สมรสจะมาพูดเรื่องสัญญานั่นให้มันอัปมงคลทำไมกัน
”แม่ ถ้าแม่ไม่สัญญาล่ะก็ ผมไม่มีทางเข้าพิธีวันนี้แน่นอน” ร่างสูงจ้องกลับอย่างท้าทาย ในเมื่อตัวเค้าเองไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ทุกอย่างถูกแลกไปทั้งหมดเพื่อร่างเล็กนั่น
”ยู ลูกนี่มัน หึ่ย.....โอเค แม่ไม่ลืมแน่นอน พอใจรึยัง” ผู้เป็นมารดากล่าวอย่างเหลืออด ที่เพราะลูกชายยอมแต่งงานก็เพราะสัญญานั่นแท้ๆ
การแต่งงานดำเนินไปอย่างเรียบง่ายชายหนุ่มและหญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ดูสะอาดใสในสายตาแขกคนอื่น แต่กับร่างเล็กที่แอบมองนั้นไม่ใช่ !!! สีของเนื้อผ้านั่นราวกับจะกรีดลึกลงไปในจิตใจ
น้ำตาไหลลงมาอีกครั้ง จะเสียใจทำไม ในเมื่อเราเองที่ต้องการแบบนี้ หรือความจริง เรายังคงต้องการให้ร่างสูงนั้นมาง้องอน แต่ทั้งหมดจากนี้และตลอดไป มันคงไม่มีอีกแล้ว ฐานะในนี้คือ คนรับใช้ รับใช้เจ้านายที่ชื่อว่า คุณยูอิจิเท่านั้น
หลังจากนั้นมากร่างเล็กต้องคอยรับใช้ร่างสูงไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม และร่างสูงเองก็ไม่เคยเผยสายตาอันอ่อนโยนนั่นอีกเลย ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว......
…………..
……………..
(ปัจจุบัน)
ในห้องใต้แสงสลัว ร่างผอมบางส่งเสียงสะอื้น ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมเพชตัวเองดีที่เป็นคนตีจากร่างสูงมา และไม่รู้จะปลอบตัวเองหรือสมน้ำหน้าตัวเอง จึงได้แต่ร้องไห้
ห้องใหญ่ที่ไม่คุ้นเอาเสียเลย เครื่องปรับอากาศที่เปิดจนหนาว แต่ก็ทำได้แค่เพียงหยิบผ้าผืนหนาห่มตัวเอาไว้เพียงลำพัง เสียงสะอื้นเพียงเบาที่ไม่สามารถเปล่งออกมาได้เต็มที่เพราะยังคงมีเจ้าตัวเล็กฝาแฝดนอนหลับอยู่
ช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน.....
เพียงแค่ต้องการใครสักคน
ที่สามารถหาทางออกให้........
และฉุดรั้งผมที่อยู่กับวังวนที่เจ็บปวด
ให้ออกมาพบกับความหวังอีกครั้ง……
....................
........................
”กริ๊ก” เสียงประตูสีเบจปิดลงกับกรอบของมัน เสียงสะอื้นที่ลอยตามสายลมมา ถูกพัดเข้าหูร่างโปร่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ ยามะพีเลิกคิ้วสงสัยเล็กน้อย
เสียงร้องไห้ใครกัน?
”คาเมะ......” ร่างโปร่งครางแผ่วเบา ค่อยๆเคลื่อนตัวเองมาที่เตียงใหญ่ แม้จะถูกความเจ็บปวดของเบื้องล่างรุกรานแต่เสียงสะอื้นของเพื่อนก็สร้างความเจ็บปวดได้ไม่แพ้กัน
”อึก...พีจัง เราทิ้งจินไปแล้ว อึก คาเมะทิ้งจินไปแล้ว ”ร่างเล็กพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ ไม่อยากรบกวนเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งหลับไป สองตัวเล็กบางทีอาจต้องการพักผ่อน
”คาเมะ เราเป็นอะไรกัน” เสียงนุ่มถามอย่างอ่อนโยน มือโปร่งลูบผมคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา ราวกับจะปลอบโยนให้หายจากกังวล
”พีจัง อึก เป็นคนที่รักคาเมะมากที่สุด คาเมะรู้ อึก พีจังไม่เคยทิ้งเรา ไม่เคยทิ้ง ” ร่างเล็กพูดอู้อี้กับอกเพื่อนรัก น้ำตาไหลมากมายเพียงใด ทำไมร่างโปร่งจะไม่รู้
”คาเมะ ถ้า..... เราจะกลับไปอยู่ที่เดิม คาเมะจะว่ายังไง?” สิ่งที่ใจนึกคิดก็ได้ถูกพูดออกไป ความจริงแล้ว ที่นี่ก็มีแต่ความเจ็บปวด หากได้กลับไปอยู่ที่นั่น แม้เราจะไม่มีอะไร แต่เราก็มีกันและกัน เพื่อนกับเพื่อน
”อ๊ะ ขอโทษ คาเมะอย่าคิดมากเลยนะ ลืมมันไปซะเถอะ” ในความมืดมิดน้ำตาได้ไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว ทำไมกันนะ ถึงได้พูดอะไรแบบนั้นออกมา
สองร่างกอดก่ายกันในความมืดมิด
น้ำตาที่ไหลรินปลอบกันและกัน
ในวันที่หมดหนทาง
ทั้งที่อยากจะลุกขึ้นสู้
แต่บางครั้ง ทุกอย่างมันมืดซะเหลือเกิน
มีแต่มือทีคอยประคองกันอยู่
มือที่อบอุ่น และ อยู่เคียงข้างกันตลอดมา....
2b con
ไม่ช้าไปใช่ม้าย ย
ลืมกันไปแล้วเซ่
ซิกๆๆๆ

ส งสา ร คาเมะจั ง
ส งสารยามะจั ง
ส งสารยู
สงสา รจิน
พี่เบ ลแต่ งหั้ ย ยู คื นดีกั บพี เร็ วๆจิ่
สงสา รยามะพีง่า
จะร อตอ นต่ อไปน๊าาาาา